วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

คิดถึง


เป็นอย่างไรบ้างครับ เลือก อบต. เรียบร้อยดีหรือเปล่า กีฬาเครือข่าย เป็นอย่างไรน้อ...........คิดถึงทุกคนครับ

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วันนี้ที่หนองยาวเขาทำอะไรอยู่น้า



ที่หนองใหญ่ มีกิจกรรมบ่อยครับแทบจะทุกสัปดาห์ เพิ่งจะเสร็จจากความเป็นเลิศ วันนี้วันแม่ พรุ่งนี้กีฬาสีครับ ฝนตกริน ๆ ทางโน้นตกหรือเปล่า สองอาทิตย์ที่แล้ว พาคณะจากในเมืองปั่นจักรยานไปวัดหลวงปู่คีย์ หลวงปู่หงส์ เส้นทางยังเหมือนเดิม (แบบหลับตาปั่นยังไปถูกเลย)

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

คิดถึงโรงเรียนบ้านหนองยาว



จากมานาน.....คิดถึงจังเลย......๘ เดือนแล้วที่ย้ายจากมา ยังคิดถึงคุณครู นักเรียน พี่น้องบ็องปะโอน ผู้ปกครองนักเรียนทุกคน เป็นอย่างไรกันบ้าหนอ

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ผ.อ.อนันทแสง แผ่นใหญ่

นายอนันทแสง แผ่นใหญ่ : การประเมินโครงการฝึกอบรมศีลธรรม จริยธรรมค่ายคุณธรรม นำชีวิต สำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านจบก ปีการศึกษา 2551 (An Evaluation of A Project On Moral Training of Students Live At A Virtue And Ethics Camp Aim Jabok School : 2008). 257 หน้า


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการฝึกอบรมศีลธรรม จริยธรรม ค่ายคุณธรรมนำชีวิต สำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านจบก ปีการศึกษา 2551 โดยใช้ CIPP โมเดลประเมินใน 4 ด้านและเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักเรียน ดังนี้ 1) เพื่อประเมินด้านสภาวะแวดล้อม 2) เพื่อประเมินด้านปัจจัยการนำเข้า 3) เพื่อประเมินด้านกระบวนการ 4) เพื่อประเมินด้านผลผลิต 5) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักเรียนในการนำศีล 5 และการนำการพัฒนาจิต ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ก่อนและหลังเข้ารับการฝึกอบรม กลุ่มตัวอย่างได้แก่ พระวิทยากร กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองนักเรียนและนักเรียน ได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามจำนวน 2 ฉบับ โดยฉบับที่ 1 ใช้ประเมินด้านสภาวะแวดล้อม ด้านปัจจัยการนำเข้า ด้านกระบวนการ ฉบับที่ 2 ใช้ประเมินด้านผลผลิตและเปรียบเทียบความคิดเห็น เครื่องมือที่ใช้วิจัยมีความเที่ยงตรง ผ่านการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง(IOC) หาค่าความเชื่อมั่นใช้สัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ แบบสอบถามฉบับที่ 1 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.94 ฉบับที่ 2 มีความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบค่า t

ผลการวิจัยพบว่า
1. ด้านสภาวะแวดล้อม ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด พิจารณารายองค์ประกอบ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 1 องค์ประกอบและอยู่ในระดับมาก 2 องค์ประกอบ โดยองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ความชัดเจนของวัตถุประสงค์ของโครงการ รองลงมา ได้แก่ ความเป็นไปได้ของโครงการ ส่วนความต้องการจำเป็นของโครงการ มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด
2. ด้านปัจจัยการนำเข้า ในภาพรวม อยู่ใน ระดับมาก พิจารณาเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 2 องค์ประกอบและอยู่ในระดับมาก 2 องค์ประกอบ โดยองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ องค์ประกอบวัสดุอุปกรณ์ รองลงมา ได้แก่ องค์ประกอบหลักสูตรการฝึกอบรม ส่วนองค์ประกอบบุคลากรมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด
3. ด้านกระบวนการ ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด พิจารณาเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 1 องค์ประกอบและอยู่ในระดับมาก 1 องค์ประกอบ โดยที่องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ องค์ประกอบกิจกรรมในการฝึกอบรม รองลงมา ได้แก่ องค์ประกอบการประเมินผลการอบรม
4. การนำศีล 5 และการนำการพัฒนาจิต ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
4.1 ก่อนเข้ารับการฝึกอบรม ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก พิจารณาเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 2 องค์ประกอบ อยู่ในระดับมาก 2 องค์ประกอบ อยู่ในระดับปานกลาง 1 องค์ประกอบและอยู่ในระดับน้อย 1 องค์ประกอบ โดยองค์ประกอบ ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับสูงสุด ได้แก่ การนำศีลข้อที่ 5 ไปปฏิบัติในชีวิต ประจำวัน รองลงมา ได้แก่ การนำศีลข้อที่ 3 และการนำการพัฒนาจิต ไปปฏิบัติในชีวิต ประจำวัน ตามลำดับ ส่วนการนำศีลข้อที่ 1 ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด
4.2 หลังจากเข้ารับการฝึกอบรม พบว่า ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก พิจารณาเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 2 องค์ประกอบและอยู่ในระดับมาก 4 องค์ประกอบ โดยองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ การนำศีลข้อที่ 3 ไปปฏิบัติในชีวิต ประจำวัน รองลงมา ได้แก่ การนำศีลข้อที่ 5 และการนำการพัฒนาจิต ไปปฏิบัติในชีวิต ประจำวัน ตามลำดับ ส่วนการนำศีลข้อที่ 1 ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด
5. เปรียบเทียบความคิดเห็นของนักเรียนในการนำศีล 5 และการนำการพัฒนาจิต ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน พบว่า ในภาพรวม ความคิดเห็นของนักเรียน ก่อนและหลังเข้ารับ การฝึกอบรม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกด้าน
ข้อเสนอแนะ
จากผลการประเมินโครงการฝึกอบรมศีลธรรม จริยธรรมค่ายคุณธรรมนำชีวิต สำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านจบก ปีการศึกษา 2551 มีข้อเสนอแนะ ดังนี้
ข้อเสนอแนะในการนำโครงการไปใช้
1. ในการจัดกิจกรรมฝึกอบรมควรเน้นการใช้ความคิดเพื่อสร้างความตระหนักในเรื่อง
หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการนำศีล 5 และการนำการพัฒนาจิตไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เน้นการฝึกสมาธิของนักเรียนให้มากขึ้นเพราะความรู้เกี่ยวกับทฤษฏีเป็นเรื่องที่นักเรียนได้เรียนรู้ในโรงเรียนอยู่แล้ว
2. ในการฝึกอบรมควรให้ครูในโรงเรียนมีส่วนร่วมในการควบคุมดูแลนักเรียนอย่าง
ใกล้ชิดและมีบทบาทช่วยพระวิทยากรจัดกิจกรรมตลอดระยะเวลาในการเข้าค่ายคุณธรรมนำชีวิต
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1. การประเมินโครงการในครั้งนี้ ใช้ข้อคำถามในแบบสอบถาม ถามความคิดเห็นของนักเรียนผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการนำศีล 5 และการนำการพัฒนาจิต ไปปฏิบัติในชีวิต
ประจำวัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ควรใช้ แบบสอบถามฉบับนี้ ถามความคิดเห็นของผู้ปกครองนักเรียนผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดกับนักเรียนที่เป็นผลิตผลของโครงการมากที่สุด แล้วทำการเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักเรียนกับความคิดเห็นของ ผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการนำศีล 5 และการนำการพัฒนาจิต ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งก่อนและหลังเข้ารับการฝึกอบรม
2. ควรมีการใช้แบบทดสอบวัดความรู้ด้านพุทธพิสัยในเรื่อง ศีล 5 และการพัฒนาจิต แล้วทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ด้านพุทธพิสัยกับความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำศีล 5 และการนำการพัฒนาจิต ไปใช้ในชีวิตประจำวัน



ANANTASAENG PANYAI : An Evaluation of A Project On Moral Training of Students Live At A Virtue And Ethics Camp Aim Jabok School : 2008. 257 P.

The purpose of this research aimed to evaluate a project on moral training of students live at a virtue and ethics camp aim Jabok school in 4 factors and compare with opinion of a students, 1) evaluate a project based on context side, 2) evaluate a project based on input side, 3) evaluate a project based on process side, 4) evaluate a project based on product side, and product side compares with the opinion of a student in 5 religious precept leads and development mind lead, go to ministers in the daily life, before and after to take the training, the sample, obtained by stratified random sampling consisted of stack holder director, monk resource persons, committeeman foundation school, teacher and education personnel, student guardian and students who had participated in the project. The research instrument was 2 sets of questionnaires : the former asking direction, monk resource persons, committeeman foundation school, teacher and education personnel, student guardian, about surrounding condition importantly context, input factors, and the process of the project, the latter asking students about product of the project, regarding gathering data, the research himself distributed and collected the questionnaire forms.

The certified experts approved the quality of the content validity . The reliability of 0.94 and 0.92 respectively was the alpha coefficient ( ), the data was analyzed to calculate frequency, percentage, mean( ) standard deviation(S.D.), and t – test for dependent samples, the result of project evaluation on surrounding content condition in the opinion of the director, monk resource persons, committeeman foundation school, teacher and education personnel students guardian was at a high level overall.
1. The result of project evaluation on surrounding context in the opinions
in the overall image, stay in the level most 1 many elementary levels, it showed that need possibility, and objectives of the project, be valuable share low most.
2. Evaluate a project based on input factors according to the opinions it was
rated at high level, and furthermore according to the individual were also at low level aspects building training curriculum and material equipment.
3. Evaluate a project based on process according in the overall it was rated
at a most level, activities in training evaluation overrated at the next level.
4. About product of the project according to opinions of the students who had
participated in the training, it was rated at high level, activities in training evaluation overrated at the next level.
5. Compare with the opinion of a student in 5 religious precept leads and
development mind lead, go to minister in the every day life, before and after to take the training, there is the statistically showed significant difference at the .01 level and when consider lay a sides, statistically showed significant difference at the .01 level every sides, 1) suggestion in activities arrangement trains should emphasize using though for builds the awareness in about theory, dharma doctrines way Buddhism principle, especially at about 5 religious precept leads and development mind lead go to minister in the daily life, emphasize training concentration of a student too much go up because, the knowledge has about to get into trouble at a student learns in the school sure 2) in the training should give a teacher in the school participates in student type supervision, be close to and have a role helps expert very activities monk through the period of in reaching camp the virtue lead the life, suggestion in to be continue research, 1) about to ask opinion of the student guardian in 5 religious precept leads and development mind lead, go to ministers in the daily life, before and after to take the training of students, comparative to the opinion of student guardian and student, 2) test the knowledge in 5 religious precept leads and development mind lead, go to ministers in the daily life, before and after to take the training, correlation study.

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วันสุดท้ายที่โรงเรียนบ้านหนองยาว



6 พ.ย.2551 นายชาญชัย กะภูทิน ย้ายจากโรงเรียนบ้านหนองยาว ไปรับตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านหนองใหญ่ พี่น้องผู้ปกครองนักเรียน คระกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะครู ประธานเครือข่าย นายก อบต.สมุด ผู้บริหารคณะครูในเครือข่ายที่ 3 ร่วมเป็นเกียรติในพิธีบายศรีสู่ขวัญและเดินทางมาส่งที่โรงเรียนบ้านหนองใหญ่และที่บ้านพัก ขอบคุณทุกท่านครับ

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551

โรงเรียนบ้านหนองยาวร่วมกิจกรรมถวายภัตตาหารเพล








โรงเรียนบ้านหนองยาว ร่วมกิจกรรมทำบุญถวายภัตตาหารเพล จตุปัจจัยไทยธรรม ร่วกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต ๓ และเครือข่ายที่ ๓ ทุ่งมนสมุด ณ วัดศรีลำยอง (หลวงปู่คีย์)

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2551

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ผ.อ.ทรงศักดิ์ มีพรหมดี

ชื่อเรื่อง รายงานการประเมินโครงการพัฒนาระบบการเรียนการสอนเพื่อสร้างเสริมคุณลักษณะ
ของนักเรียนโรงเรียนบ้านโคลด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 3
ปีการศึกษา 2550
ผู้วิจัย นายทรงศักดิ์ มีพรหมดี
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคลด อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์


บทคัดย่อ

การประเมินโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ประเมินสภาวะแวดล้อม (Context) ปัจจัยเบื้องต้น (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Product) ของโครงการพัฒนาระบบ การเรียนการสอนเพื่อสร้างเสริมคุณลักษณะของนักเรียนโรงเรียนบ้านโคลด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ปีการศึกษา 2550 ประชากร คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน นักเรียน ผู้ปกครองจำนวน 148 คน ได้มาโดยสุ่มใช้วิธีการกำหนดกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ( Purposive Sampling) การเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ประเมินได้ทำการประเมินโดยใช้โมเดล CIPP Model โดยใช้แบบวิเคราะห์โครงการ แบบสอบถามเกี่ยวกับความพร้อมของปัจจัยเบื้องต้นของโครงการ กระบวนการดำเนินงานโครงการ และผลผลิตของโครงการ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัย ปรากฏดังนี้
ผลการประเมินสภาวะแวดล้อม พบว่า องค์ประกอบของโครงการมีความชัดเจนสอดคล้องกัน และมีความเป็นไปได้ในการดำเนินการคิดเป็นร้อยละ 91.30
ผลการประเมินปัจจัยเบื้องต้นพบว่า ปัจจัยเบื้องต้นของโครงการมีความพร้อมอยู่ในระดับมาก ( =3.51) โดยมากที่สุด คือ การให้ความร่วมมือของผู้บริหาร ครูผู้สอน ผู้ปกครอง นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้มีส่วนร่วมอื่น ๆ อยู่ในระดับมาก ( =4.24) และน้อยที่สุด คือ งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรหน่วยงานอื่น อยู่ในระดับน้อย ( =2.33)
ผลการประเมินกระบวนการ พบว่า โดยภาพรวมปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ( =3.66) ประเด็นที่มีการปฏิบัติมากที่สุด คือ จัดกิจกรรมพัฒนาหลักสูตรบูรณาการเพื่อสร้างเสริมคุณลักษณะของนักเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด( =4.52) และน้อยที่สุด คือ จัดให้มีระบบการวางแผน กำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานที่เน้นการปรับปรุง พัฒนาอย่างสมดุลรอบด้าน และให้บริการทางการศึกษาได้อย่างครอบคลุมทั่วถึงผู้รับบริการในเขตพื้นที่บริการ อยู่ในระดับปานกลาง ( =3.17) เมื่อแยกพิจารณาแต่ละด้าน พบว่า ด้านการวางแผน อยู่ในระดับมาก( =3.65) ด้านการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก ( =3.95) ด้านตรวจสอบหรือประเมินผล อยู่ในระดับมาก ( =3.51) ด้านการนำผลการประเมินไปใช้อยู่ในระดับมาก ( =3.66)
ผลการประเมินผลผลิต พบว่า ความพึงพอใจต่อหลักสูตรบูรณาการที่สนับสนุนโครงการพัฒนาระบบการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะของนักเรียนโรงเรียนบ้านโคลดโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.17) ความพึงพอใจต่อแหล่งเรียนรู้อยู่ในระดับมาก ( =3.94) และความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนของครู ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =3.91)
ส่วนนักเรียนมีคุณลักษณะด้านการเป็นคนดี อยู่ในระดับมาก ( =4.20) โดยประเด็นความมีวินัย อยู่ในระดับมาก( =4.18) และประเด็นค่านิยมประชาธิปไตยอยู่ในระดับมาก ( =4.21) นักเรียนมีคุณลักษณะด้านความเป็นคนเก่งอยู่ในระดับมาก ( =4.24) โดยประเด็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง อยู่ในระดับมาก ( =4.22) ประเด็นการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น อยู่ในระดับมาก ( =4.34) และประเด็นการเรียนรู้ความเป็นไทย อยู่ในระดับมาก ( =4.31) โดยประเด็นสุขกาย อยู่ในระดับมาก ( =4.28) และประเด็นสุขใจ อยู่ในระดับมาก ( =4.34)
ผลสัมฤทธิ์เกี่ยวกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นมีจำนวนทั้งสิ้น 23 รายการ และนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 77.77 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงที่สุด คิดเป็นร้อยละ 84.82 และกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนน้อยที่สุด คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ คิดเป็นร้อยละ 71.40

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ รองฯพิรักษ์ ทวีงาม

บทคัดย่อ

ชื่อผลงาน : รายงานโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้ยุทธศาสตร์การบริหาร
แบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนบ้านตาวร
ชื่อผู้รายงาน : นายพิรักษ์ ทวีงาม
ปีที่รายงาน : 2551

รายงานโครงการ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้ยุทธศาสตร์การบริหารแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนบ้านตาวร มีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อรายงานการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้ยุทธศาสตร์การบริหารแบบ มี
ส่วนร่วม
2. เพื่อรายงานผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้ยุทธศาสตร์การบริหาร แบบ
มีส่วนร่วม
3. เพื่อประเมินความพึงพอใจ ของนักเรียน ครู และชุมชน ต่อการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาโดยใช้ยุทธศาสตร์การบริหารแบบมีส่วนร่วม
ผลการพัฒนาพบ
1. การพัฒนาครูให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ ตามแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พบว่า ส่วนใหญ่ของครูมีการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทุกด้าน การใช้หลักสูตรและแผนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาด้านการใช้สื่อเทคโนโลยี พัฒนาการวัดและการประเมินผลตามสภาพจริง และด้านการแสวงหาวิธีการพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ดีขึ้นมาก
2. การบริหารจัดการโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทำให้ชุมชนและโรงเรียนมีความร่วมมือต่อกันในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้ปกครองนักเรียน มีการวางแผนการบริหาร การดำเนินการตามแผนการกำกับติดตาม และประเมินผล และการนำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุง และพัฒนาการบริหารในทุกขั้นตอนดีขึ้นมาก
สำหรับการประเมินผลความพึงพอใจ ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้ยุทธศาสตร์การบริหารแบบมีส่วนร่วม ของนักเรียน ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียน มีระดับความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งผลต่อความร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพในอนาคตต่อไป

โรงเรียนบ้านหนองยาวร่วมกิจกรรมความเป็นเลิศทางวิชาการ สพท.สุรินทร์ เขต ๓

วันที่ ๑๙-๒๐ กันยายน ๒๕๕๑ โรงเรียนบ้านหนองยาว ร่วมกับเครือข่ายที่ ๓ ทุ่งมนสมุด จัดกิจกรรมในงานประกวดแข่งขันความเป็นเลิศทางวิชาการระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต ๓ โดยร่วมจัดกิจกรรมตามกลยุทธ์ที่ ๓ การยกระดับคุณภาการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2551

ภาวะโลกร้อน






ภาวะโลกร้อน (Global Warming)
ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) เป็นปัญหาใหญ่ของโลกเราในปัจจุบัน สังเกตได้จาก อุณหภูมิ ของโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักของปัญหานี้ มาจาก ก๊าซเรือนกระจก ค่ะ (Greenhouse gases)
ปรากฏการณ์เรือนกระจก มีความสำคัญกับโลก เพราะก๊าซจำพวก คาร์บอนไดออกไซด์ หรือ มีเทน จะกักเก็บความร้อนบางส่วนไว้ในในโลก ไม่ให้สะท้อนกลับสู่บรรยากาศทั้งหมด มิฉะนั้น โลกจะกลายเป็นแบบดวงจันทร์ ที่ตอนกลางคืนหนาวจัด (และ ตอนกลางวันร้อนจัด เพราะไม่มีบรรยากาศ กรองพลังงาน จาก ดวงอาทิตย์) ซึ่งการทำให้โลกอุ่นขึ้นเช่นนี้ คล้ายกับหลักการของ เรือนกระจก (ที่ใช้ปลูกพืช) จึงเรียกว่า ปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect) ค่ะ
แต่การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของ CO2 ที่ออกมาจาก โรงงานอุตสาหกรรม รถยนต์ หรือการกระทำใดๆที่เผา เชื้อเพลิงฟอสซิล (เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ) ส่งผลให้ระดับปริมาณ CO2 ในปัจจุบันสูงเกิน 300 ppm (300 ส่วน ใน ล้านส่วน) เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 6 แสนปี
ซึ่ง คาร์บอนไดออกไซด์ ที่มากขึ้นนี้ ได้เพิ่มการกักเก็บความร้อนไว้ในโลกของเรามากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็น ภาวะโลกร้อน ดังเช่นปัจจุบัน
ภาวะโลกร้อนภายในช่วง 10 ปีนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 มานี้ ได้มีการบันทึกถึงปีที่มีอากาศร้อนที่สุดถึง 3 ปีคือ ปี พ.ศ. 2533, พ.ศ.2538 และปี พ.ศ. 2540 แม้ว่าพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังมีความไม่แน่นอนหลายประการ แต่การถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ได้เปลี่ยนหัวข้อจากคำถามที่ว่า "โลกกำลังร้อนขึ้นจริงหรือ" เป็น "ผลกระทบจากการที่โลกร้อนขึ้นจะส่งผลร้ายแรง และต่อเนื่องต่อสิ่งที่มีชีวิตในโลกอย่างไร" ดังนั้น ยิ่งเราประวิงเวลาลงมือกระทำการแก้ไขออกไปเพียงใด ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จะยิ่งร้ายแรงมากขึ้นเท่านั้น และบุคคลที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ ลูกหลานของพวกเราเอง

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

การแก้ปัญหานักเรียนลักขโมย

ผมกำลังประสบปัญหากับนักเรียน ๒ คน ที่มีนิสัยลักขโมย ท่านใดมีวิธีการแนวทางแก้ปัญหา เข้ามาเสนอแนะได้ครับ

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551

โรงเรียนบ้านหนองยาวร่วมกิจกรรมรับธง ๑๑๖ วันจากวันพ่อถึงวันแม่สร้างสรรค์สามัคคี




เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๑ โรงเรียนบ้านหนองยาวได้เข้าร่วมกิจกรรมรับธง ๑๑๖ วันจากวันพ่อถึงวันแม่สร้างสรรค์สามัคคี โดย อบต.สมุด จัดกิจกรรมรับธงต่อจาก อบต.ประทัดบุ ณ บริเวณศาลากลางหมู่บ้านตาปาง

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2551

การประกวดแข่งขันความเป็นเลิศทางวิชาการและผลงานนักเรียน



เครือข่ายที่ ๓ ทุ่งมนสมุด กำหนดจัดการประกวดแข่งขันความเป็นเลิศทางวิชาการและแสดงผลผลิตของนักเรียน ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๑ ในวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๑ ณ โรงเรียนทุ่งมนวิทยาคาร เพื่อคัดเลือกตัวแทนเครือข่าย แข่งขันระดับเขตต่อไป

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2551

โรงเรียนบ้านหนองยาว สพท.สร.3: กิจกรรมชมรมจักรยานเสือเมืองช้าง
















โรงเรียนบ้านหนองยาว สพท.สhttp://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=5152ร.3: กิจกรรมชมรมจักรยานเสือเมืองช้าง กิจกรรมของชมรมจักรยานเสือภูเขาเสือเมืองช้างและเสือกังแอน ออกทริปปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพทุกเดือน เชิญชวนผู้สนใจร่วมปั่นออกกำลังกายด้วยกัน เสือกังแอน ออกปั่นทุกวัน ๑๗.๐๐ น. พร้อมกันที่ร้านปลาสวยงามหน้าโรงเรียนปราสาทศึกษาคาร ครับ และเชิญทุกท่านเยี่ยมชมได้ตามลิงค์ข้างบนนี้ครับ

๖๐ ปี วีรชนคนกล้า หงา คาราวาน








ปีนี้น้าหงา คาราวาน อายุครบ ๖๐ ปี ครับ สนใจเรื่องราวของคาราวาน ตำนานเพลงเพื่อชีวิต เข้าเยี่ยมชม ได้เลยครับ http://www.caravanonzon.com/



บทเพลงเพื่อชีวิต
เพลง คาราวาน (คำร้อง - ทำนอง สุรชัย จันทิมาธร)
วันที่นำเสนอบทความ พุธ ที่ 6 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551

เพลง คาราวาน คำร้อง - ทำนอง สุรชัย จันทิมาธร

เพลงนี้สุรชัยแต่งขึ้นเมื่ออยู่ในป่า ในขณะที่อ่านโลกหนังสือ

คำว่า "ไม่มีคาราวาน เมื่อคืนนี้อีกแล้ว" ของวีรศักดิ์ สุนทรศรี ทำให้คิดถึงเพื่อนมากที่สุด คืนนั้น สุรชัย อยู่ในกระท่อม เงียบๆ มีปืน แต่เงียบ ไม่มีการสู้รบใดๆ
หน่วยงานเงียบ ไม่มีผลงาน ช่วงนั้นเป็นอิสระ พคท. ปล่อยให้ปกครองตนเอง หัวหน้าหน่วยไม่อยู่

สุรชัย ได้แต่งเพลงนี้ขึ้นในกระท่อม ตอนเช้ามืด อากาศหนาว แสงแดดส่องลอดกิ่งไม้ลงมาเป็นลำ มีทั้งภาพในป่า ภาพในเมือง ผุดซ้อนขึ้นมาในมโนภาพ มีป่าไผ่บงริมทาง ถือเป็นช่วงที่พระเจ้าหลับไหล จึงเผลอปล่อยให้ชาวไร่ ชาวนาหลุดเกิดออกมา

พระเจ้าไม่มีทั้งหลักประกัน และความรับผิดชอบให้ ทำให้นึกถึงภาพช่วงแรกที่ตั้งวง

"ปะกางเกง กะมอมกะแมม..." ช่วงในป่าผุดขึ้นมาในมโนอีก
"เดินรอนแรม กันเรียงราย..." และภาพก็ปรากฎวนเวียนกันขึ้นมาอีก

เพลงนี้ใช้ชื่อว่า คาราวาน ดังนั้นเค้าจึงได้ใส่ความในใจ และความหมายให้หมดสิ้น

"กุลา...กุลา...กุลา...ในฟ้าบ่มีน้ำ"

เพลงนี้เป็นเพลงที่แต่งขึ้นด้วยความรู้สึกที่ดีมาก บรรยากาศที่เอื้ออำนวย จึงเป็นเพลงที่ สุรชัย รักที่สุดเพลงหนึ่ง

วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2551

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

บทความนี้ เป็นช่องทางให้ท่านผู้อำนวยการโรงเรียน คุณครู ทุกท่านได้เผยแพร่ผลงานทางวิชาการครับ วิธีการเผยแพร่ ท่านเข้ามาที่ความคิดเห็น ครับ ก็อปงานบทคัดย่อ หรืองานที่ต้องการเผยแพร่มาวางไว้เลยครับ ในความคิดเห็นนะครับ หากจะเปิดดูก็ คลิกที่ ความคิดเห็น ครับ ผมจะเรียงรายชื่อไว้ให้ครับ ว่ามีของใครบ้าง
ความคิดดเห็นที่
๑. บทคัดย่องาน ผ.อ.ชัยยุทธ หิรัญวิบูลย์ ครับ
๒. บทคัดย่องาน ผ.อ.สมชาย ชมเมิน ครับ
๓.นายชาญชัย กะภูทิน
เชิญเข้าเยี่ยมชม


ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ : กรณีโรงเรียนบ้านหนองยาว
ชื่อผู้ประเมิน นายชาญชัย กะภูทิน
หน่วยงานที่สังกัด โรงเรียนบ้านหนองยาว อำเภอปราสาท สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 3
ปีที่รายงาน 2550

บทคัดย่อการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ : กรณีโรงเรียนบ้านหนองยาว มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดําเนินการในการจัดกิจกรรมตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ : กรณีโรงเรียนบ้านหนองยาว ปีการศึกษา 2549 ในด้านการประเมินสภาวะแวดล้อม ด้านการประเมินปัจจัยเบื้องต้น ด้านการประเมินกระบวนการ และด้านการประเมินผลผลิตและเพื่อประเมินประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธและนำผลการประเมินที่ได้ไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการดำเนินงานของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ : กรณีโรงเรียนบ้านหนองยาว ในปีการศึกษาต่อไป
ประชากรที่ใช้ในการประเมินโครงการ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน ครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน พนักงานบริการทั่วไป และพระสงฆ์ จำนวนทั้งสิ้น 151 ราย ดำเนินการประเมินผลการดำเนินงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ประจำปีการศึกษา 2549 โดยใช้รูปแบบการประเมินโครงการแบบ CIPP MODEL ประกอบด้วยการประเมินสภาวะแวดล้อม การประเมินปัจจัยนำเข้า การประเมินกระบวนการและการประเมินผลผลิตและการประเมินประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมตามโครงการ โดยใช้เครื่องมือการประเมิน จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ แบบสอบถามฉบับที่ 1 แบบสอบถามเพื่อประเมินผลการดําเนินการตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ : กรณีโรงเรียนบ้านหนองยาว เป็นแบบสอบถามการประเมินโครงการที่ผู้ประเมินพัฒนาและสร้างขึ้นจากกรอบแนวคิดและตัวชี้วัดการดำเนินงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธตามรูปแบบของกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ผลการดำเนินงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ และตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นอื่น ๆ แบบสอบถามฉบับที่ 2 แบบสอบถามเพื่อประเมินประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ : กรณีโรงเรียนบ้านหนองยาว ประจำปีการศึกษา 2549 แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) จำนวน 15 ข้อ
วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการแจกแจงความถี่ หาค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยจำแนกเป็นรายข้อ รายด้านและรวมทุกด้าน พบว่า
1.จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ:กรณีโรงเรียนบ้าน หนองยาว ทั้งสิ้น 116 คน แบ่งเป็น และผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.90 ครูจำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 3.40 นักเรียนจำนวน 52 คน คิดเป็นร้อยละ 44.80 ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 50 คน คิดเป็นร้อยละ 43.10 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 6.00 พนักงานบริการทั่วไป จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.90 พระสงฆ์ จำนวน 1 รูป คิดเป็นร้อยละ 0.90
2.ผลการประเมินสภาวะแวดล้อม การดำเนินการอยู่ในระดับมาก ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ของโครงการมีความเหมาะสมสอดคล้องกับกลยุทธ์ระดับสถานศึกษา อยู่ในระดับมาก ในการกำหนดกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของโรงเรียนบ้านหนองยาว ประจำปีการศึกษา 2549 ซึ่งโรงเรียนสามารถดำเนินการได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ความรู้ความเข้าใจของบุคลากรที่รับผิดชอบและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการ อยู่ในระดับปานกลาง ในการมอบหมายงานให้ครูผู้รับผิดชอบจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ความพร้อมของบุคลากรในการดำเนินงานตามโครงการ อยู่ในระดับมาก โรงเรียนได้เตรียมความพร้อมของบุคลากรโดยมอบหมายให้เข้ารับการประชุมอบรมเพื่อเตรียมการจัดกิจกรรมที่กำหนดในโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ประจำปีการศึกษา 2549 งบประมาณมีความเหมาะสมเพียงพอในการดำเนินโครงการ อยู่ในระดับปานกลาง โรงเรียนได้จัดสรรงบประมาณโครงการจำนวนหนึ่งซึ่งยังไม่เพียงพอในการจัดกิจกรรมตามโครงการและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมในการให้ความร่วมมือสนับสนุนโครงการ อยู่ในระดับปานกลาง
3. ผลการประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้น การดำเนินการอยู่ในระดับมาก ประกอบด้วย ด้านผู้บริหาร ครู มีลักษณะที่ดี ด้านการบริหารจัดการดำเนินการอย่างเป็นระบบ อยู่ในระดับมากและด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมจัดอย่างรอบคอบ ในระดับมาก
4. ผลการประเมินด้านกระบวนการ การดำเนินการอยู่ในระดับมาก ประกอบด้วย
ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการไตรสิกขา ด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ที่เป็นกัลยาณมิตรและด้านกิจกรรมพื้นฐานชีวิต
5.ผลการประเมินด้านผลผลิต มีการดำเนินการอยู่ในระดับมาก
การดำเนินการจัดกิจกรรมตามโครงการมีประสิทธิผลมาก นักเรียนเป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรม โรงเรียนสามารถนำผลจากการประเมินโครงการไปเป็นข้อมูลในการตัดสินใจดำเนินโครงการในปีการศึกษา 2550 ต่อไป

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551

การแข่งขันกีฬาเครือข่ายที่ 3 ทุ่งมนสมุด


ระหว่างวันที่ 8 -29 สิงหาคม 2551 เครือข่ายที่ 3 ทุ่งมนสมุด กำหนดจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนประจำปีการศึกษา 2551 โดยจะมีการชิงชนะเลิศกีฬาทุกประเภทในวันที่ 4-5 กันยายน 2551 ณ สนามโรงเรียนบ้านทุ่งมน(ริมราษฎร์นุสรณ์) เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เล่นกีฬาและคัดเลือกตัวแทนเครือข่ายเพื่อร่วมการแข่งขันในระดับอำเภอและระดับเขตพื้นที่การศึกษา ต่อไป